Government & National Security Sector Weekly Report
ห้วงเวลา: 28 กันยายน - 4 ตุลาคม 2569
TLP:CLEARในรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 28 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2569 ภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อหน่วยงานภาครัฐ ความมั่นคง และการบริหารราชการแผ่นดินมีความเคลื่อนไหวสำคัญในระดับยุทธศาสตร์หลายประการ ประการแรก กลุ่มภัยคุกคามที่มีความเชื่อมโยงกับจีน UAT-11587 ได้เปิดปฏิบัติการจารกรรมทางไซเบอร์พุ่งเป้าหน่วยงานภาครัฐ องค์กรนโยบายต่างประเทศ และสถาบันคลังสมองทั่วเอเชีย รวมถึงประเทศไทย โดยใช้เอกสารล่อลวงทางภูมิรัฐศาสตร์เพื่อแพร่กระจายแบ็กดอร์ Antino บนระบบคลาวด์ Microsoft 365 ประการที่สอง กลุ่มอาชญากรไซเบอร์ ShinyHunters ออกมาอ้างการเจาะระบบพอร์ทัลรับสมัครงานของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBIJobs.gov) ผ่านการข้ามผ่านกฎ WAF บนช่องโหว่ Oracle PeopleSoft CVE-2026-35273 เพื่อขโมยฐานข้อมูลบุคลากรและติดตั้งเครื่องมือควบคุมระยะไกล ประการที่สาม ตรวจพบแคมเปญแพร่กระจายมัลแวร์ขโมยข้อมูล Remus มุ่งเป้าหน่วยงานรัฐบาลระดับมลรัฐและท้องถิ่น (SLTT) โดยใช้เทคนิค ClickFix ล่อลวงให้เหยื่อรันสคริปต์ และใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน EtherHiding อำพรางช่องทาง C2 เพื่อดักขโมย Session Cookies ข้ามผ่าน MFA และประการสุดท้าย กลุ่มจารกรรมไซเบอร์ Earth Sirrush (UAC-0099) ที่เชื่อมโยงกับรัสเซียได้ยกระดับชุดเครื่องมือจารกรรมข้อมูลภาครัฐและกลาโหมยูเครนด้วยมัลแวร์ .NET ตัวใหม่ ASHVEIN ร่วมกับการซ่อนเพย์โหลดในรูปภาพ (Steganography) ซึ่งสะท้อนถึงการพัฒนาเทคนิคหลบเลี่ยงการตรวจจับที่แยบยลยิ่งขึ้นของกลุ่มภัยคุกคามระดับรัฐ
ทีมนักวิจัย Cisco Talos เปิดเผยการตรวจพบคลัสเตอร์ภัยคุกคามเชื่อมโยงกับจีนภายใต้รหัส UAT-11587 ซึ่งมีความสัมพันธ์กับกลุ่ม Jewelbug มุ่งเป้าโจมตีหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานกลาโหม นโยบายต่างประเทศ และสถาบันคลังสมองในภูมิภาคเอเชีย โดยตรวจพบเหยื่อในไต้หวัน อินเดีย ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และไทย ผู้โจมตีใช้อีเมลฟิชชิ่งเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย (Spear-phishing) แนบไฟล์สคริปต์ HTA หรือลิงก์หลอกลวงที่อ้างถึงประเด็นนโยบายภูมิรัฐศาสตร์ เช่น การประชุม CSIS Indo-Pacific และข้อพิพาทดินแดน เพื่อส่งมอบมัลแวร์แบ็กดอร์ตัวใหม่ที่พัฒนาด้วยภาษา Rust ชื่อ Antino มัลแวร์ดังกล่าวถูกติดตั้งผ่านเทคนิค DLL Sideloading บนโปรแกรมที่ได้รับลายมือชื่อดิจิทัลจากไมโครซอฟท์ (GatherOsState.exe) และใช้โครงสร้างพื้นฐาน Microsoft 365, Outlook สำหรับรับคำสั่ง C2 และ OneDrive สำหรับส่งข้อมูลออกนอกเครือข่าย
ความเสี่ยงตรงระดับสูงต่อหน่วยงานความมั่นคง นโยบายต่างประเทศ และสถาบันวิจัยของไทย - รายงานต้นฉบับของ Cisco Talos ระบุชื่อประเทศไทย (Thailand) เป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายร่วมกับไต้หวัน ฟิลิปปินส์ และกัมพูชา โดยคนร้ายใช้เอกสารหลอกลวงที่เกี่ยวข้องกับนโยบายในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก จึงมีความเป็นไปได้สูงที่บุคลากรภาครัฐของไทยอาจได้รับอีเมลฟิชชิ่งเพื่อมุ่งดักขโมยข้อมูลลับทางราชการและเอกสารนโยบายความร่วมมือระหว่างประเทศ
ยุทธศาสตร์: ผู้ไม่หวังดีระดับรัฐ (Nation-State Actor) มุ่งเน้นการจารกรรมข้อมูลเชิงลึกด้านนโยบายการต่างประเทศและความมั่นคงในภูมิภาคอาเซียนและเอเชียเพื่อสร้างความได้เปรียบทางภูมิรัฐศาสตร์
ยุทธการ: การอาศัยบริการคลาวด์สาธารณะที่ถูกกฎหมาย เช่น Microsoft Graph, OneDrive และ Outlook เป็นช่องทาง C2 ช่วยให้ทราฟฟิกอันตรายกลมกลืนไปกับการดำเนินงานปกติขององค์กรและหลบเลี่ยงไฟร์วอลล์
ยุทธวิธี: หน่วยงานภาครัฐต้องเพิ่มการเฝ้าระวังการประมวลผลไฟล์สคริปต์ HTA และ WSF ผ่าน mshta.exe ตรวจจับพฤติกรรม DLL Sideloading บนโปรแกรมระบบ และตรวจสอบสิทธิ์การใช้งานแอปพลิเคชันบน Microsoft Graph อย่างเข้มงวด
หน่วยงานภาครัฐและการบริหารราชการแผ่นดิน (Government & Administration), กองทัพและความมั่นคง (Defense & Military), การทูตและการต่างประเทศ (Diplomacy), องค์กรวิจัยและสถาบันคลังสมอง (Think Tanks)
กลุ่มอาชญากรรมไซเบอร์ ShinyHunters ออกมาอ้างว่าได้เจาะระบบพอร์ทัลรับสมัครงานของสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBIJobs.gov) และทำการเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ (Defacement) บนโดเมนย่อย apply.fbijobs.gov พร้อมระบุว่าสามารถขโมยข้อมูลขนาด 2 ถึง 3 TB ซึ่งประกอบด้วยประวัติเจ้าหน้าที่ FBI และผู้สมัครงาน รวมถึงข้อมูลจากระบบงานบุคคลและเวชระเบียนทางการแพทย์ โดยเอฟบีไอได้สั่งปิดระบบพอร์ทัลเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างเร่งด่วน การวิเคราะห์เชิงเทคนิคระบุว่าจุดเริ่มต้นการเข้าถึงระบบมีความเชื่อมโยงกับการฉวยใช้ช่องโหว่รุนแรง CVE-2026-35273 บน Oracle PeopleSoft ผ่านเทคนิคการเข้ารหัส URL อักขระเดียว (/%50SEMHUB/) เพื่อข้ามผ่านกฎการตรวจจับของ WAF ก่อนจะติดตั้งเว็บเชลล์ JSP, แบ็กดอร์ SIDEEYE, และเครื่องมือ MeshAgent เพื่อสร้างช่องทางเข้าถึงระบบระยะไกลอย่างถาวร
ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อระบบบริการภาครัฐและระบบบริหารทรัพยากรบุคคล (HR) ในไทย - แม้เป้าหมายหลักคือระบบของเอฟบีไอ แต่เทคนิคการข้ามผ่าน WAF ด้วยการเข้ารหัส URL อักขระเดียว (One-character WAF bypass) บน Oracle PeopleSoft ถือเป็นช่องทางอันตรายที่องค์กรภาครัฐและรัฐวิสาหกิจไทยที่ใช้ PeopleSoft มีความเสี่ยงต่อการถูกแทรกซึมหากพึ่งพาเฉพาะกฎของ WAF โดยไม่ได้ติดตั้งแพตช์ความปลอดภัยระดับแอปพลิเคชันอย่างครบถ้วน
ยุทธศาสตร์: กลุ่มกรรโชกทรัพย์ขยายเป้าหมายสู่โครงสร้างพื้นฐานของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระดับประเทศเพื่อสร้างแรงกดดันและชื่อเสียงในการข่มขู่เหยื่อรายอื่น
ยุทธการ: การพึ่งพาการป้องกันระดับ WAF เพียงชั้นเดียวโดยไม่ติดตั้งแพตช์ที่ตัวระบบต้นทางเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีใช้วิธีหลบหลีกการตรวจสอบเชิงพาธ (Path encoding bypass) เจาะเข้าถึงระบบภายในได้สำเร็จ
ยุทธวิธี: ผู้ดูแลระบบต้องตรวจสอบการตั้งค่า WAF ให้รองรับการถอดรหัส URL แบบ Recursive ควบคู่กับการติดตั้งแพตช์ความปลอดภัยสำหรับ CVE-2026-35273 บน PeopleSoft ในทันที
หน่วยงานภาครัฐและการบังคับใช้กฎหมาย (Government & Law Enforcement), พอร์ทัลบริการประชาชนและรับสมัครงานราชการ, องค์กรที่ใช้งานระบบ ERP Oracle PeopleSoft
ศูนย์ความมั่นคงปลอดภัยอินเทอร์เน็ต (CIS) และศูนย์ประสานงาน MS-ISAC รายงานการตรวจพบแคมเปญแพร่กระจายมัลแวร์ขโมยข้อมูล Remus (Infostealer ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก Lumma Stealer) มุ่งเป้าหน่วยงานภาครัฐระดับมลรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (SLTT) ในสหรัฐฯ ผู้โจมตีใช้เทคนิควิศวกรรมสังคม ClickFix ผ่านเครือข่าย Traffic Distribution System (TDS) หลอกลวงให้เจ้าหน้าที่คัดลอกคำสั่งสคริปต์ที่เป็นอันตรายไปรันใน PowerShell เพื่อดาวน์โหลดตัวโหลดเดอร์ PLYCHIP และ DonutLoader มัลแวร์ Remus มุ่งเน้นการดักขโมย Session Cookies และข้อมูลประจำตัวในเบราว์เซอร์เพื่อข้ามผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ MFA ตลอดจนขโมยข้อมูลรับรองจากโปรแกรมจัดการรหัสผ่านและไคลเอนต์ AI นอกจากนี้ แคมเปญดังกล่าวยังใช้เทคนิค EtherHiding สอบถาม Smart Contract บนบล็อกเชน Ethereum เพื่อดึงที่อยู่ C2 โดเมนล่าสุด ทำให้สามารถสับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างรวดเร็วและทนทานต่อการปิดกั้น
ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อเครื่องคอมพิวเตอร์และบุคลากรในหน่วยงานรัฐไทย - การแพร่ระบาดผ่านเทคนิคหลอกลวงผู้ใช้งานแบบ ClickFix ซึ่งล่อลวงให้ผู้ใช้กดยืนยันหรือคัดลอกสคริปต์ไปวางด้วยตนเองกำลังแพร่หลายทั่วโลก ประกอบกับการใช้เครือข่ายบล็อกเชน (EtherHiding) อำพรางช่องทาง C2 เจ้าหน้าที่รัฐในไทยที่ใช้งานเว็บเบราว์เซอร์เข้าถึงระบบงานราชการและบริการคลาวด์มีความเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อและสูญเสีย Session Tokens ในการล็อกอิน
ยุทธศาสตร์: ขบวนการอาชญากรรมไซเบอร์เชิงพาณิชย์ (MaaS) พัฒนากลยุทธ์ที่มุ่งขโมยเซสชันโทเค็นของหน่วยงานรัฐเพื่อนำไปขายต่อให้กลุ่มแรนซัมแวร์หรือกลุ่มจารกรรม
ยุทธการ: การใช้เทคนิค EtherHiding แปลงระบบ Smart Contract สาธารณะเป็นจุดพักข้อมูล C2 (Dead Drop Resolver) ช่วยให้คนร้ายหลบเลี่ยงการถูกสั่งระงับโดเมนจากหน่วยงานกำกับดูแล
ยุทธวิธี: องค์กรต้องปิดกั้นการเข้าถึงพอร์ทัลบล็อกเชน RPC ที่ไม่มีความจำเป็นในเชิงงาน และกำหนดนโยบายความปลอดภัยบนเครื่องปลายทางเพื่อตรวจจับคำสั่งผิดปกติที่สั่งรันจากคลิปบอร์ด
หน่วยงานภาครัฐระดับมลรัฐและท้องถิ่น (SLTT Governments), หน่วยงานบริการสาธารณะ, ระบบคอมพิวเตอร์สำนักงานที่เข้าถึงระบบบริหารราชการ
ทีมนักวิจัยความปลอดภัย TrendAI Research รายงานการวิเคราะห์กลุ่มภัยคุกคามที่มีความเชื่อมโยงกับรัสเซีย Earth Sirrush (หรือที่ CERT-UA ติดตามภายใต้รหัส UAC-0099) ซึ่งดำเนินปฏิบัติการจารกรรมข้อมูลต่อหน่วยงานรัฐบาล กระทรวงกลาโหม กองกำลังรักษาชายแดน และโครงข่ายโลจิสติกส์ของยูเครนมาอย่างต่อเนื่องกว่า 4 ปี กลุ่มดังกล่าวได้พัฒนาและปรับเปลี่ยนเครื่องมือจารกรรมข้อมูลมากกว่า 10 ตระกูล จากเดิมที่ใช้สคริปต์ PowerShell (LONEPAGE) สู่การใช้มัลแวร์ C# .NET ตัวใหม่ชื่อ ASHVEIN (หรือ TelemetryBrowser) ที่มีความสามารถในการขโมยข้อมูลรับรองจากเบราว์เซอร์ บันทึกภาพหน้าจอ และควบคุมระบบจากระยะไกล นอกจากนี้ในปฏิบัติการล่าสุดยังพบการใช้เทคนิคสเตกาโนกราฟี (Steganography) ซ่อนเพย์โหลดในรูปภาพ (แคมเปญ CINDERBLOT / BadPaw) และการปลอมแปลงเอกสารจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองกำลังพิทักษ์ชายแดนเพื่อหลอกลวงเป้าหมาย
ความเสี่ยงทางอ้อมเชิงยุทธศาสตร์ต่อหน่วยงานความมั่นคงและกลาโหมของไทย - กลวิธีการแฝงเพย์โหลดมัลแวร์ในรูปภาพ (Steganography) ร่วมกับการปลอมแปลงเอกสารราชการจากหน่วยงานตำรวจและกองกำลังป้องกันชายแดน (AnswerFromPolice, BadPaw) เป็นบทเรียนสำคัญที่ฝ่ายข่าวกรองและความมั่นคงทางไซเบอร์ของไทยต้องนำมาปรับใช้ในการคัดกรองไฟล์แนบและวิเคราะห์ภัยคุกคามที่มีความแยบยลขั้นสูง
ยุทธศาสตร์: ปฏิบัติการจารกรรมทางไซเบอร์ควบคู่กับความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์แสดงให้เห็นถึงการลงทุนอย่างต่อเนื่องในการปรับปรุงเครื่องมือเพื่อเจาะระบบข้อมูลข่าวกรองทางการทหาร
ยุทธการ: การเปลี่ยนผ่านจากสคริปต์คำสั่งทั่วไปสู่การใช้มัลแวร์คอมไพล์ .NET และการซ่อนโค้ดในไฟล์รูปภาพช่วยยกระดับความสามารถในการหลบเลี่ยงระบบตรวจจับแอนติไวรัสของหน่วยงานรัฐ
ยุทธวิธี: หน่วยงานความมั่นคงต้องติดตั้งโซลูชันวิเคราะห์ไฟล์แนบขั้นสูง (Deep File Inspection / Content Disarm and Reconstruction) เพื่อแยกแยะเพย์โหลดที่ซ่อนในรูปภาพและสคริปต์คำสั่ง
หน่วยงานภาครัฐและการปกครอง (Government & Administration), กระทรวงกลาโหมและกองทัพ (Defense & Military), กองกำลังพิทักษ์ชายแดนและบังคับใช้กฎหมาย, โครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งทางทหาร